เอาตรงๆ นะ ตอนแรกผมสมัครเพราะอยากลองพิลาทิส แต่ไม่อยากจ่ายค่าสมาชิกสตูดิโอเป็นปี แล้วก็ไม่อยากโดนมัดให้ไปที่เดิมทุกสัปดาห์
ผลคือสองเดือนแรกผมได้ลองไปเกือบสิบที่ ทั้งพิลาทิส ยิมโรงแรม นวด แล้วก็ออนเซ็น บางที่ถ้าจองตรงผมคงไม่กล้าเดินเข้า เพราะราคาแรง
ผมเลยจะเล่าให้ฟังว่าเพื่อนจะได้อะไร ถ้าสมัครผ่านลิงก์ผม จุดไหนที่ชอบ จุดไหนที่รำคาญใจ และควรสมัครหรือไม่สมัคร

ClassPass คืออะไร เอาสั้นๆ
ถ้าเคยเป็นคนที่ซื้อสมาชิกยิมรายปี แล้วไปได้แค่สามเดือนแรก เดือนที่เหลือจ่ายทิ้งไปเฉยๆ — แอปนี้เกิดมาเพื่อคนแบบนั้นเลย
ClassPass รวมยิม สตูดิโอพิลาทิส โยคะ คลาสเต้น มวย รวมถึงร้านนวดและสปา ไว้ในที่เดียว แล้วให้เรา "จองเป็นครั้ง" แทนการซื้อสมาชิกรายเดือนของแต่ละที่
พูดง่ายๆ คือเหมือนมีคูปองล่วงหน้าในมือ แล้วเอาไปแลกได้ว่าจะไปที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีสัญญา ไม่มีค่าสมัคร ไม่มีคำถามว่าทำไมเดือนนี้ไม่มา
ลองนึกภาพวันหยุดธรรมดาสักวัน — เช้าอาจไปคลาสพิลาทิสใกล้บ้าน บ่ายเปลี่ยนบรรยากาศไปยิมวิวสวยของโรงแรม แล้วถ้าเย็นนี้รู้ตัวว่าไหวไม่ไหว ก็เอาไปแลกนวดหรือออนเซ็นแทนได้เลย
ทั้งหมดนี้อยู่ในการสมัครครั้งเดียว ไม่ต้องมีบัญชีห้าที่ ไม่ต้องถือบัตรสมาชิกห้าใบ ไม่ต้องจำวันหมดอายุของแต่ละที่
3 อย่างที่ทำให้ผมยังใช้อยู่
- ไม่ต้องเลือก — วันไหนอยากขยับตัวก็ไปคลาส วันไหนอยากพักก็เปลี่ยนไปสปา
- ไม่ต้องผูกมัด — ไม่ถูกใจที่ไหนก็แค่ไม่กลับไป ไม่มีใครโทรตาม ไม่มีค่าปรับ
- ไม่ต้องจ่ายเต็มราคา — สถานที่ที่ถ้าจองตรงจะแพงมาก อย่างยิมโรงแรมหรือสปาชื่อดัง เอามาแลกในแอปได้
และที่ผมว่าสำคัญที่สุด มันทำให้ "การดูแลตัวเอง" เป็นเรื่องที่ทำได้บ่อยขึ้น เพราะเราไม่ต้องตัดสินใจใหญ่ทุกครั้งว่าจะจ่ายค่าสมาชิกของที่ไหน — อยากไปก็จอง ไม่อยากไปก็ไม่ต้องจ่าย
ที่ผมไปจริง แล้วรู้สึกยังไง
H2O Pilates — ครั้งแรกก็ประทับใจ
ผมไม่เคยเล่นรีฟอร์มเมอร์มาก่อน ไปถึงก็เก้ๆ กังๆ แต่คลาสมีแค่ไม่กี่คน ครูเดินมาจัดท่าให้ทีละคน ปรับระดับให้ตามความสามารถของแต่ละคน
ห้องสว่าง มีหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปแล้วไม่อึดอัด รู้สึกเหมือนได้คลาสส่วนตัวในราคาที่จ่ายได้

The Standard — ยิมโรงแรมที่ปกติไม่กล้าเดินเข้า
อันนี้คือสิ่งที่ผมชอบที่สุดของแอปนี้ จองตรงกับโรงแรมแบบนี้ราคาสูงมาก แต่ใช้สิทธิ์ทดลองแลกได้ เลยได้ลองยิมวิวสวย สระว่ายน้ำสวย เครื่องเล่นครบ


นวดกับออนเซ็น — วันที่ขี้เกียจออกกำลังกาย
วันไหนไม่ไหวจริงๆ ผมจะเอาไปแลกนวดแทน ลองเทียบกับราคาหน้าร้านแล้ว ถูกกว่าชัดเจน รวมถึงเทียบกับดีลในแอปอื่นก็ยังถูกกว่า

ครั้งล่าสุดผมแลกไปออนเซ็น เลือกได้ทั้ง Let’s Relax และ Panpuri หรือจะไปนวดที่ Lek Massage

Beyou Studio — พิลาทิสอีกที่ที่ผมชอบ
อีกรอบที่ผมไปคือ Beyou Studio ห้องสวยมาก พื้นไม้ลายก้างปลา กระจกสูง รีฟอร์มเมอร์สีขาวเรียงเป็นแถว ไปถึงแล้วอยากถ่ายรูปก่อนเข้าเลย
คลาสที่ผมไปคนไม่เยอะ ครูดูแลใกล้ชิดเหมือนที่อื่น และบรรยากาศไม่กดดัน ใครเพิ่งเริ่มเล่นครั้งแรกน่าจะสบายใจ

คลาสที่ผมจองชื่อ Core and Posture ยาว 50 นาที เนื้อหาเน้นแกนกลางลำตัวกับท่าทาง เหมาะกับคนที่นั่งโต๊ะทั้งวันแล้วหลังล้า
อีกอย่างที่ผมชอบคือในหน้าจองมีปุ่มชวนเพื่อนไปด้วยได้ (Bring a plus-one) ถ้าใครไม่อยากไปคนเดียว กดเชิญเพื่อนในแอปได้เลย

และนี่คือสิ่งที่ผมสังเกตมาตลอด — ถ้าเราซื้อตรงกับยิมหรือสตูดิโอหลายที่ ราคาจะแพงกว่าที่เจอในแอปชัดเจน สปาก็เหมือนกัน ถ้าซื้อตรงกับร้านหรือซื้อผ่านแอปอื่น รู้สึกว่าแพงกว่ากันเยอะ กลับกัน เวลาผมใช้สิทธิ์ใน ClassPass ผมได้ราคาที่ดีกว่าหลายครั้งมาก จนบางที่ก็รู้สึกว่าคุ้มเกินราคาที่จ่ายไป
มันใช้กับอะไรได้บ้าง
จุดที่ผมว่าเจ๋งคือมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “ออกกำลังกาย” แต่กินความหมายถึงการดูแลตัวเองทั้งหมด
- ยิมและฟิตเนส — รวมยิมโรงแรมด้วย
- พิลาทิส โยคะ บาร์เร่ และคลาสเต้น
- มวย ไฮร็อกซ์ และคลาสเฉพาะทาง
- นวดไทย นวดน้ำมัน สปาโรงแรม
- ออนเซ็น ซาวน่า
- ซาลอนและงานความงาม (ทำผม ทำเล็บ)
ข้อดีกับข้อเสีย ตามที่เจอเอง
ข้อดี
- ไม่ผูกมัด ยกเลิกได้ทุกเมื่อ ไม่มีสัญญา
- ได้ลองหลายที่ในเวลาสั้นๆ ซึ่งปกติต้องจ่ายหลายพัน
- ยิมโรงแรมและสปาชื่อดังเข้าถึงได้ในราคาที่ไม่เจ็บตัว
- จองผ่านแอปง่าย ไม่ต้องโทรถามใคร
ข้อเสีย
- ครั้งที่ได้มาหมดอายุพร้อมช่วงทดลอง ใช้ไม่ทันคือหาย
- คลาสยอดนิยมเต็มเร็ว ต้องจองล่วงหน้าหลายวัน
- บางที่ใช้เครดิตสูงกว่าที่คิด และบางสาขาไม่ร่วมรายการ
ทริคใช้ให้คุ้ม ตามที่ผมทำจริง
- สองสัปดาห์แรกอย่าไปซ้ำที่เดิม กระจายไปที่ใหม่ๆ ให้ได้ลองมากที่สุด
- เลือกคลาสกลางวันหรือวันธรรมดา จะว่างและได้ครูดูแลเต็มที่
- จองล่วงหน้า 3-5 วัน โดยเฉพาะคลาสเย็น
- อ่านรีวิวในแอปและดูจำนวนที่รับต่อคลาส ถ้าอยากได้ดูแลใกล้ชิดเลือกคลาสเล็ก
คำถามที่เพื่อนถามบ่อย
ได้ฟรีกี่วัน กี่ครั้ง
14 วัน และได้ 14 ครั้ง ผ่านลิงก์แนะนำ (สมัครเองปกติได้ 10 ครั้ง)
ใช้ครั้งเดียวต่อที่จริงไหม
ใช่ครับ 1 ครั้งต่อ 1 สถานที่ ถ้าอยากไปซ้ำต้องซื้อเครดิตเพิ่ม
ยกเลิกยังไง
เข้าโปรไฟล์ เลือก Membership แล้วกดยกเลิกก่อนครบ 14 วัน ระบบจะไม่ต่ออายุ
ต้องมีบัตรเครดิตไหม
ตอนสมัครต้องผูกวิธีจ่ายไว้ แต่ช่วงทดลองไม่ถูกเรียกเก็บ ถ้ายกเลิกทันก็ไม่เสียเงิน
อยู่ต่างจังหวัดใช้ได้ไหม
ส่วนใหญ่กระจุกในกรุงเทพฯ กับหัวเมืองใหญ่ เช็คในแอปตรงพื้นที่ก่อนสมัครได้เลย
สมัครผ่านลิงก์ผม ได้อะไร
เพื่อนที่กดลิงก์ผมจะได้ ทดลองฟรี 14 วัน และได้ 14 ครั้ง ตลอดช่วงทดลอง ซึ่งมากกว่าคนที่สมัครเองปกติ 4 ครั้ง (สมัครเองได้ 10 ครั้ง)
เงื่อนไขง่ายๆ คือ 1 ครั้ง = ใช้ได้ 1 ครั้งต่อ 1 สถานที่ ถ้าอยากไปซ้ำที่เดิม ต้องซื้อเครดิตเพิ่มเอง
- กดลิงก์ของผมก่อน อย่าเพิ่งโหลดแอปสมัครเอง เพราะโปรจะไม่ขึ้น
- สมัครด้วยอีเมลหรือบัญชี Google / Apple
- ระบบจะพาไปหน้าที่บอกว่าได้ 14 ครั้ง ฟรี 14 วัน — ตรวจตัวเลขให้เห็นก่อนกดยืนยัน
- เลือกคลาสแรกเลย เลือกที่ใกล้บ้านหรือที่อยากลองมานาน
- ถ้าไม่ชอบ กดยกเลิกก่อนครบ 14 วัน ไม่มีค่าปรับ ไม่มีคำถาม
สรุปแบบเพื่อนคุยกัน
ถ้าเพื่อนเป็นคนเบื่อง่าย อยากลองนู่นลองนี่ หรืออยากมีทางเลือกทั้งออกกำลังกายและผ่อนคลาย ผมว่าลอง 14 วันฟรีก่อนได้เลย ไม่มีอะไรเสีย เพราะไม่ต้องจ่ายล่วงหน้าและยกเลิกได้
แต่ถ้ามีสตูดิโอประจำที่ไปทุกสัปดาห์อยู่แล้ว สมัครตรงกับที่นั้นน่าจะถูกกว่า เพราะสิทธิ์ทดลองมันใช้ได้ที่ละที่แล้วก็มีวันหมดอายุ
หมายเหตุ: บทความนี้มีลิงก์แนะนำ ผู้เขียนอาจได้เครดิตเมื่อเพื่อนสมัครผ่านลิงก์ แต่ราคาที่จ่ายไม่เพิ่มขึ้น และทุกอย่างที่เล่ามาจากการใช้จริง
